ผู้เขียน หัวข้อ: นักวิจัยดัดแปลงแบคทีเรียท้องร่วงให้เป็นน้ำมัน  (อ่าน 5156 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 43
    • ดูรายละเอียด

นักวิจัยเผยสามารถดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรีย อี.โคไล แบคทีเรียก่อโรคท้องร่วงให้สามารถผลิตเชื้อเพลิงได้ โดยแบคทีเรียจะแปลงน้ำตาลให้กลายเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติใกล้น้ำมันดีเซล และมองไกลถึงอนาคตว่าหากขยายกำลังการผลิตได้ เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ก็จะเป็นทางเลือกทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล
       
       งานวิจัยที่ให้ความหวังแก่ผู้ใช้น้ำมันนี้ตีพิมพ์ลงวารสารเนชันนัลอะคาเดมีออฟไซน์ส (Proceedings of the National Academy of Sciences) โดยบีบีซีนิวส์ระบุว่า ทีมวิจัยได้ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรีย อี.โคไล (E.coli)ให้แปลงน้ำตาลกลายเป็นน้ำมันที่เกือบจะใกล้เคียงดีเซล
       
       ศ.จอห์น เลิฟ (Prof. John Love) นักชีววิทยาสังเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเอกซ์เตอร์ (University of Exeter) กล่าวว่าแทนที่จะผลิตเชื้อเพลิงทดแทนอย่างเชื้อเพลิงชีวภาพ พวกเขาได้สร้างเชื้อเพลิงที่แทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลได้แทน ซึ่งเป็นแนวคิดที่แม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้บริโภคหรือตัวแทนจำหน่ายน้ำมัน จะไม่เห็นถึงความแตกต่าง และกลายเป็รอีกส่วนหนึ่งของสายการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง
       
       ทั้งนี้ มีความพยายามผลักดันให้เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั่วโลก อย่างในยุโรปตั้งเป้าใช้พลังงานจากพืชพลังงานในภาคขนส่งให้ถึง 10เปอร์เซ็น ภายในปี 2020 แต่ปัญหาคือเชื้อเพลิงเหล่านี้ไม่สามารถทำงานกับเครื่องยนต์สมัยใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ xxxส่วนของเชื้อเพลิงชีวภาพ 5-10เปอร์เซ็น จะถูกผสมเข้ากับน้ำมันปิโตรเลียมก่อนนำไปใช้ในเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ 
       
       อย่างไรก็ดี เชื้อเพลิงที่ผลิตได้จาก อี.โคไล ต่างจากเชื้อเพลิงชีวภาพ โดย ศ.เลิฟอธิบายว่าเขาและทีมได้ผลิตเชื้อเพลิงที่มีความยาวของสายโซ่โมเลกุลอย่างที่เครื่องยนต์ยุคใหม่ต้องการ ซึ่งอาจจะเรียกเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลฟอสซิลก็ได้ 
       
       ทีมนักวิจัยซึ่งได้ทุนสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันเชลล์ (Shell) และสภาวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาการชีววิทยา (Biotechnology and Biological Sciences Research Council) อังกฤษ ได้ทำให้แบคทีเรีย อี.โคไลซึ่งปกติจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน แต่เปลี่ยนเป็โมเลกุลของเชื้อเพลิงสังเคราะห์แทน โดยใช้ชีววิทยาด้านการสังเคราะห์กระตุ้นให้กลไกของเซลล์แบคทีเรียทำหน้าที่ดังกล่าว 
       
       ด้วยการกระตุ้นยีนของแบคทีเรียทำให้เรานำแบคทีเรียเหล่านี้ไปใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานได้ แต่ อี.โคไล ยังผลิตเชื้อเพลิงอัลเคน (alkane fuel) ไม่ได้มากนัก โดย ศ.เลิฟกล่าวว่า ต้องใช้แบคทีเรีย 100 ลิตรเพื่อผลิตเชื้อเพลิงให้ได้ 1 ช้อนชา ดังนั้น ความท้าทายของพวกเขาคือการขยายกำลังผลิต ก่อนที่จะนำไปใช้ในภาคผลิตทางอุตสาหกรรม ซึ่งพวกเขามีกรอบเวลาในการทำงาน 3-5 ปี และยังศึกษาด้วยว่าจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไปเป็นเชื้อเพลิงได้หรือไม่ อย่างเช่น ของเสียจากคนและสัตว์ เป็นต้น