ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้อาเซียน (ASEAN) ที่คนไทยควรศึกษา  (อ่าน 7679 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 43
    • ดูรายละเอียด

ความรู้อาเซียน (ASEAN) ที่คนไทยควรรู้....
AEC คืออะไร
AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) เป็นหนึ่งในสามเสาหลักเพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือการรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่


1.   ไทย
2.   สิงคโปร์
3.   อินโดนีเซีย
4.   มาเลเซีย
5.   ฟิลิปปินส์
6.   บรูไน
7.   เวียดนาม
8.   ลาว
9.   พม่า
10.   กัมพูชา

อาเซียน + 3 และอาเซียน + 6 คืออะไร?
อาเซียน + 3 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 3 ประเทศนอกอาเซียน   
ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
อาเซียน + 6 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 6 ประเทศ นอกอาเซียน
ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย


เพื่อให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน คล้ายกับกลุ่มประเทศ Euro Zone ซึ่งการรวมตัวกันรูปแบบนี้ จะทำให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมีอำนาจต่อรองกับประเทศคู่ค้ามากขึ้น และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในภูมิภาคได้มากขึ้น ส่วนในกลุ่มประเทศอาเซียนเองก็จะมีการส่งเสริมให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมือได้อย่างเสรี โดยการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ที่จะถึงนี้

AEC กับ EU ความเหมือนที่แตกต่าง

เมื่อพูดถึง AEC หลายคนมักนำไปเทียบเคียงกับ EU หรือกลุ่มสหภาพยุโรป เนื่องจากทั้งสองอย่างเป็นการร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเดียวกัน แต่ในความเหมือนก็มีความต่างอย่างเห็นได้ชัดอยู่หลายข้อ ที่สำคัญที่สุดก็คือ สหภาพยุโรปมีการจัดตั้งองค์กรกลางที่มีอำนาจตัดสินใจแทนประเทศสมาชิกภายในขอบอำนาจที่กำหนด (Supra-National Authority) โดยการตัดสินใจขององค์กรกลางมีผลผูกพันประเทศสมาชิกและต้องปฏิบัติตาม ในขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียนบริหารงานแบบอาศัยความร่วมมือกันระหว่าประเทศสมาชิก (International Co-operation) คือบรรลุเป้าหมายร่วมกันโดยใช้หลักฉันทามติ แต่ละประเทศจะมีฐานะเท่าเทียมกัน คงไว้ซึ่งอำนาจอนาธิปไตย และจะไม่ก้าวก่ายกิจการภายในประเทศระหว่างกัน

นอกจากความแตกต่างสำคัญที่กล่าวถึงด้านบนแล้ว AEC และ EU ยังมีความแตกต่างในด้านอื่นดั้งนี้


วิชาชีพที่เปิดเสรีในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


จากผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้กำหนดให้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Agreements: MRAs) ให้มีการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ แรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษของอาเซียนได้อย่างเสรีใน 7 สาขาวิชาชีพ ได้แก่

• วิชาชีพที่เกี่ยวกับการรักษาหรือการแพทย์ (medical services)
• วิชาชีพที่เกี่ยวกับทันตกรรม (dental services)
• วิชาชีพพยาบาล (nursing services)
• วิชาชีพด้านวิศวกรรม (engineering services)
• วิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม (architectural services)
• วิชาชีพเกี่ยวกับการสำรวจ หรือนักสำรวจ (surveying qualification)
• วิชาชีพบัญชี (accountancy services)

ทั้งนี้ ได้มีการเสนอให้เพิ่มวิชาชีพด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวเข้ามาด้วย โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศได้ลงนามยอมรับข้อเสนอนี้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงประเทศไทยที่ยังไม่ได้ลงนาม เนื่องจากติดกรอบด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของอาเซียน
1. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วงเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และการบริหาร
2. เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
3. เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
4. เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
5. เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบของการฝึกอบรมและการวิจัยและ
ส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
6. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจน
ปรับปรุงการขนส่งและคมนาคม
7. เพื่อส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การความร่วมมือแห่ง ภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

ประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ
1.   อาเซียนเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความใกล้ชิดไทยมากที่สุด – ประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศเป็นเพื่อนบ้าน มีพรหมแดนติดกัน มีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึง มีสินค้าและบริการที่สามารถเสริมซึ่งกันและกันได้ หรือมีสินค้าบริการที่คล้ายคลึงกันซึ่งหากสามารถร่วมมือกัน ก็จะสามารถสร้างความแข็งแกร่งในด้านอำนาจการต่อรอง อันจะนำมาซึ่งการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจการค้าที่มีความสำคัญยิ่ง
2.   การรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้เกิดในตลาดภูมิภาคขนาดใหญ่ – โดยสามารถนำจุดแข็งของแต่ละประเทศมาเสริมกับจุดแข็งประเทศไทย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในการผลิต ส่งออก และบริการ ซึ่งจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรีมากขึ้น นอกจากนี้เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะช่วยให้ประเทศสมาชิกมีความเป็นปึกแผ่น และสร้างอำนาจในการต่อรองได้มากขึ้น
3.   ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนของไทย – เนื่องจากการผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นประชาคมอาเซียนจะก่อให้เกิดการยกเลิกหรืออุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคด้านภาษีหรือมาตรการทางการค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษีเนื่องจากประเทศสมาชิกจะแสวงหาความร่วมมือ เพื่อลดอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้น รวมถึงอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
4.   ประชาคมเศรษฐกิจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้เริ่มปรับตัวและเตรียมความพร้อม –กับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและใช้โอกาสที่เกิดจากการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะที่ไทยมีความพร้อมและมีขีดความสามารถและการแข่งขันสูง
5.   เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการภายในประเทศ – จากการใช้ทรัพยากรในการผลิตร่วมกันและเป็นพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจ ระหว่างประเทศ จากการขจัดอุปสรรคในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก
6.   ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน – จากการดำเนินตามแผนงานในด้านการลดอุปสรรคทั้งด้านการค้าและการลงทุน และการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค

แหล่งที่มา:
http://www.aseanthai.net/asean-knowledge-detail.php?id=85   
http://www.dek-d.com/board/view/2777116/
http://www.education.dusit.ac.th/ASIAN/asian.html
http://www.ipsr.mahidol.ac.th/
http://www.mfa.go.th/asean/
http://www.trueplookpanya.com/new/aec